Promotion

ลดกรามถาวร !!! มิติใหม่ของการรักษาปัญหากรามใหญ่ หน้าบาน

ลดกรามอย่างถาวร วิธีใหม่ของการลดกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง

ลดกรามถาวร

ลดกรามถาวร

วิธีการรักษาภาวะกล้ามเนื้อกรามใหญ่ (Masster muscle hypertrophy) โดยทั่วไปนั้นรักษาด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากและปลอดภัย แต่อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ก็ต้องกลับมาฉีดซ้ำ

การรักษาแบบใหม่ของการลดกล้ามเนื้อกรามซึ่งได้ผลดีและถาวร ก็คือ

การใช้คลื่นความถี่วิทยุทำให้กล้ามเนื้อลดขนาดลงอย่างถาวร

ซึ่งผู้พัฒนาเทคนิคคิดค้นโดย Dr.Oppel, Sometec Medical Inc, ประเทศเกาหลี โดยผลการรักษาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจนเห็นได้ชัดใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ โดยยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนใด ๆ

วิธีการนี้เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่ 50-90 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อเกิดการหดตัว และเล็กลงในที่สุด

วิธีการใช้คลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นความร้อนนี้เริ่มใช้ในการรักษาโรคภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ (OSA) โดย Powell และคณะ ซึ่งผู้ป่วยมักมาด้วยอาการนอนกรน จากการศึกษาพบว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ผลดีและผลข้างเคียงน้อย

ขั้นตอนการรักษา

  1. ทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนน้ำยาบ้านปาก
  2. พ่นยาชาเพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องปากชา
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. เปิดแผลในปากข้างละประมาณ 1 เซนติเมตร
  5. ใช้ PROBE ของเครื่อง RadioFrequency จี้เข้าไปในกล้ามเนื้อกรามบริเวณที่ต้องการให้กล้ามเนื้อเล็กลง

จากการศึกษาวิจัยพบว่าวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ผลการรักษาที่ดี

กล้ามเนื้อกรามลดลงอย่างชัดเจนและทำให้หน้าเรียวขึ้น

โดยที่โอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก


ที่มา : Journal of Oral Maxillofacial Surgery ปี 2009 แปลและเรียบเรียงโดย นพ.นฤชิต เลาหไทยมงคล

Read More

ศัลยกรรมอย่างไร ไม่ต้องเสี่ยง !!!

ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่ได้รับความนิยมสูงมาก คือ การเสริมจมูก ตาสองชั้นและการปรับรูปหน้า ทำให้การศัลยกรรมในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน ก็เกิดกรณีและปัญหาต่างๆ มากมาย

             ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเกิดคำถามว่า

จะเลือกทำสวยอย่างไรโดยไม่ต้องเสี่ยง และปลอดภัยแน่นอน ?

1. หาข้อมูลของการทำศัลยกรรมที่ต้องการ

ก่อนอื่น ต้องหาความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมที่ต้องการทำให้ได้มากที่สุด เช่น ต้องการเสริมจมูก ก็ควรรู้ก่อนว่าการเสริมจมูกมีกี่แบบ ทำอย่างไรได้บ้าง ความเสี่ยงหรือปัญหาที่พบบ่อยเป็นอย่างไร 

2. เลือกสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข

ปัจจุบันมีมิจฉาขีพ หมอเถื่อน หรือหมอกระเป๋า เปิดคลินิกเถื่อนอยู่มากมาย ซึ่งสถานพยาบาลเหล่านี้อาจไม่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้เข้ารับบริการได้

3. เลือกแพทย์แผนปัจจุบัน ที่มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์

การเลือกแพทย์ที่ทำผ่าตัด ควรดูจากผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจสอบถามจากแพทย์โดยตรง หรือ ถามผู้รู้ต่าง ๆ

4. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการศัลยกรรม

  • ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรค 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มโรคเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น เลือดไหลไม่หยุด และกลุ่มติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด ไซนัส เป็นต้น หากป่วยต้องรักษาโรคให้หายก่อนจึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัด
  • ถามแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดถึงข้อสงสัยก่อนทำการผ่าตัด

         ส่วนข้อข้องใจที่ผู้เข้ารับการศัลยกรรมส่วนใหญ่มักกังวล คือ เรื่องความเจ็บปวด และสุดท้ายก็ขอให้วางยาสลบ เรื่องนี้จากบทสัมภาษณ์ของนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ไม่ทำให้เจ็บและปวดมาก ดังนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใบหน้าส่วนใหญ่จะไม่วางยาสลบ แม้ว่าจะถูกร้องขอจากผู้ทำศัลยกรรมก็ตาม

          

Read More

7 คำถามสุดฮิต ดูดไขมันเหนียง !!!

7 คำถามสุดฮิต ดูดไขมันลดเหนียงและกรอบหน้า

1. ดูดไขมันเหนียงที่เฮอร์สคลินิกใช้เทคนิคอะไร ?

เฮอร์สคลินิก ใช้วิธีการดูดไขมันด้วยเทคนิคการฉีดสารสลายไขมันและเครื่องมือสุญญากาศ ช่วยลดปัญหาคางสองชั้น ทำให้เห็นกรอบหน้าชัดเจน ศัลยกรรมดูดไขมันใต้คางจึงเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาไขมันสะสมค่อนข้างมา

  • ดูดไขมันเหนียงเทคนิคเฉพาะเฮอร์สคลินิก ใช้เครื่องมือดูดไขมันเข็มเล็กทำให้มีแผลที่เล็กมากเป็นแผลประมาณ 3 มิลลิเมตร
  • การดูดไขมันใช้ยาชาเฉพาะที่
  • การฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักนาน
  • ให้ผลการรักษาที่ดูเป็นธรรมชาติ

2. ดูดไขมันลดเหนียงใต้คางเหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับคนที่มีคางสองชั้นหรือเหนียง ไขมันสะสมค่อนข้างเยอะ
  • เหมาะสำหรับคนที่อายุยังไม่มาก เนื่องจากผลลัพธ์การกระชับตัวของผิวหนังที่ดีมากกว่าในคนไข้รายที่อายุยังไม่มาก
  • ต้องการให้มีกรอบหน้า (Jawline) ที่ชัดขึ้น ทำให้หน้าเรียวมากขึ้น

3. ศัลยกรรมดูดไขมันเหนียงอยู่ได้นานแค่ไหน

ศัลยกรรมดูดไขมันใต้คางคือวิธีการดูดไขมันที่มีการสะสมอยู่ออกมา หลังทำการดูดไขมันลดเหนียงไปแล้ว ควรควบคุมน้ำหนักและสัดส่วนไม่ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการสะสมไขมันใหม่เกิดขึ้น

 4. ลักษณะแผลดูดไขมันลดเหนียงบริเวณใต้คาง เป็นอย่างไร ?

  • ศัลยกรรมดูดไขมันเหนียงใต้คาง ใช้เวลาในการดูดไขมันระยะเวลา 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
  • แผล 1 จุด ขนาด 3 มม. โดยประมาณซึ่งแผลจะถูกซ่อนอยู่บริเวณใต้คาง จึงทำให้ไม่เห็นแผลชัด แผลจะค่อยๆจางและหายไปเรื่อยๆ

5. ขั้นตอนการดูดไขมันลดเหนียง ทำอย่างไร

  1. เปิดแผลผ่าตัดเล็กๆ จะซ่อนแผลในตำแหน่งที่เห็นไม่ชัด ในบริเวณใต้คาง
  2. ฉีดสารละลายไขมัน ที่มีส่วนผสมเป็นยาชา รอประมาณ 10 นาที
  3. ดูดไขมันโดยใช้หัวดูดขนาดเล็ก ดูดในตำแหน่งที่ต้องการ
  4. เย็บปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก
  5. ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ

6. การดูแลหลังดูดไขมัน ทำอย่างไร ?

  • นอนยกศรีษะสูงประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อลดอาการบวมหลังผ่าตัด
  • ทานยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบตามที่แพทย์จ่ายให้
  • ผ้ารัดหน้ารัดไว้ 1 วัน หลังทำการดูดไขมัน เพื่อลดอาการบวมได้ดี และรัดหน้าเฉพาะเวลานอน เป็นเวลา 1-3 เดือนเพื่อให้ผิวหนังกระชับตัวได้ดียิ่งขึ้น
  • นัดตัดไหมประมาณ 5-10 วัน
  • หมั่นประคบเย็นใน 2 วันแรก ปละประคบอุ่นตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไป เพื่อลดอาการบวมหรือลดรอยช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ งดทานวิตามินอาหารเสริมและยาสมุนไพร
  • งดออกกำลังกาย 1 สัปดาห์หลังการดูดไขมัน

7. บริเวณที่สามารถดูดไขมันลดเหนียงใต้คางและกรอบหน้าได้

บริเวณไขมันใต้คางหรือคางสองชั้น (เหนียง) การดูดไขมันลดเหนียงช่วยเน้นให้รูปหน้าและกรอบหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังรูป

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

Read More

ร้อยไหมลดเหนียง

ร้อยไหมกระชับเหนียง

การร้อยไหมลดเหนียงเหมาะกับใคร ???

ร้อยไหมลดเหนียงเหมาะสำหรับท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังบริเวณใต้คาง หรือ บริเวณเหนียงหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง หรือ ต้องการปรับรูปหน้า v shape โดยบริเวณดังกล่าวไม่มีไขมันสะสมมากจนเกินไป สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการร้อยไหม ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

การยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจกว่าวิธีอื่นเหมาะกับท่านที่ไม่ต้องการผ่าตัด  แต่สำหรับท่านที่มีไขมันบริเวณเหนียงสะสมมากแนะนำให้ทำการดูดไขมันเหนียงก่อน เนื่องจากหากมีไขมันสะสมอยู่บริเวณดังกล่าวมาก น้ำหนักของไขมันจะทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวหย่อนคล้อย หากร้อยไหมไป แรงดึงของไหมจะไม่สามารถช่วยผิวกระชับได้มากขึ้นเท่าที่ควร

การร้อยไหม คือ การยกกระชับและฟื้นฟูผิวโดยการร้อยไหมละลาย

เป็นเทคนิคเกาหลีแท้ ซึ่งเป็นไหมละลายที่มีความปลอดภัยสูง นำเข้าจากประเทศเกาหลีบริเวณที่ร้อยไหมจะเกิดการกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหมซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตึงรั้งผิว ผิวจึงเต่งตึง กระชับ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มได้ดีอีกด้วย จึงทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดี การใช้ไหมละลายจึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวพร้อมยกกระชับไปในตัว  หลังการร้อยไหมละลายคนไข้จะรู้สึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีและจะเริ่มเห็นผล ชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือน แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อถึง 6 เดือน

ไหม PDO หรือไหมละลาย เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง ไม่มีผลค้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศเกาหลี

ไหมประเภทนี้ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย ร้อยไหมละลาย หรือ ไหม PDO ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง และยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีความปลอดภัยสูง

ข้อดีของไหมละลาย หรือไหม PDO ก็คือการร้อยไหมจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

เมื่อกระตุ้นแล้วก็จะส่งผลให้ผิวกระชับ เต่งตึง และยังช่วยให้ผิวพรรณของเราดูสดใสเปล่งปลั่ง กระจ่างใส เห็นผลได้ใน 14 วัน ส่วนไหมที่เราร้อยเข้าไปนั้นจะละลายไปภายใน 6 เดือน และผลลัพธ์จากการร้อยไหมจะคงอยู่ได้นานถึง 6 – 8 เดือน

Read More

วิธีลดเหนียง

10 วิธีลดเหนียงให้ได้ผล

รวมวิธีลดเหนียง สำหรับคนที่มีเหนียงห้ามพลาด มาบอกเลิกเหนียงกันเถอะ

1. ออกกำลังกาย

ท่าบริหารบริเวณเหนียงและลำคอ

2. ร้อยไหมเก็บเหนียง

เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวหนังบริเวณเหนียงไม่กระชับ แต่ไขมันเหนียงไม่เยอะ

3. ดูดไขมันเหนียง

มีไขมันเหนียงใต้คางสะสมเยอะ

สนใจติดต่อสอบถามโปรโมชั่น 099-1890189

Read More

10 คำถามสุดฮิต ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม !

เทรนด์กระแสหน้าเรียวมาแรง

10 คำถามสุดฮิต ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

1. หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ใบหน้าจะย้อย หรือ เหี่ยวไหม ?

ผ่าตัดกระพุ้งแก้มแก้แก้มห้อย

ตัดกระพุ้งแก้มแก้ปัญหาแก้มห้อย

ใบหน้าจะตึงและกระชับมากขึ้น เนื่องจากสาเหตุสำคัญของแก้มห้อยย้อยนั้นเกิดจากการที่ไขมันแก้มปริมาณมาก ทำให้แก้มห้อยย้อยลงด้านล่าง …. การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะทำให้แก้มตึงกระชับมากขึ้นนั่นเอง

2. หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้มแล้ว สามารถทานอาหารได้ไหม ?

หลังผ่าตัดสามารถทานอาหารได้ตามปกติ กินได้ทุกอย่าง สามารถทานข้าวสวยได้ ไม่จำเป็นต้องทานอาหารอ่อน งดรับประทานอาหารรสจัด เผ็ด อาหารที่แข็งเหนียว อาหารร้อนๆ และอาหารหมักดอง 1 สัปดาห์

3. ตัดไขมันกระพุ้งแก้มให้ผลถาวรไหม ?

ผลลัพท์ของการผ่าตัดเลาะกระพุ้งแก้มถาวรไขมันกระพุ้งแก้มสามารถค่อยๆกลับมาสะสมได้ในกรณีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังการผ่าตัดมากกว่า 10 กิโลกรัม

4. หลังตัดกระพุ้งแก้ม สามารถขึ้นเครื่องบินได้ไหม ?

หลังผ่าตัดสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ทันที ไม่มีอันตรายต่อแผล ไม่ทำให้แผลฉีกขาด

5. หลังตัดกระพุ้งแก้ม สามารถแปรงฟันได้ไหม ?

หลังผ่าตัดสามารถแปรงฟันได้ตามปกติ

6. หลังตัดกระพุ้งแก้มสามารถทำฟันได้ไหม ?

สามารถทำฟันได้ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ รวมถึงคนไข้ที่จัดฟัน สามารถนัดทันตแพทย์ไได้หลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 2 สัปดาห์

7. ตัดไขมันกระพุ้งแก้มแล้วลักยิ้มจะหายไปไหม ?

ลักยิ้มจะไม่หายไป เนื่องจากเป็นการผ่าตัดคนละตำแหน่งของลักยิ้ม … แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดลักยิ้มอาจจะดูจางลงเนื่องจากอาการบวมหลังผ่าตัดได้

8. จัดฟันอยู่สามารถตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้ไหม ?

จัดฟันอยู่สามารถตัดไขมันแก้มได้ เพียงแต่หลังผ่าตัดต้องรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

9. ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม ?

การผ่าตัดลดแก้มเป็นการผ่าตัดเล็กคล้ายกับการผ่าตัดฟันคุด โดยมีแผลขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดฟันคุด คนไข้ส่วนมากเจ็บน้อย ความเจ็บปวดคล้ายกับการผ่าตัดฟันคุดหรือเจ็บน้อยกว่า

10. ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี ?

เป็นคำถามสุดฮิตที่ถามกันเข้ามามากเลยค่ะ สำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มแนะนำเลือกคลินิกที่ผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แม้จะดูว่าเป็นการผ่าตัดเล็กแต่ก็มีความเสี่ยงเหมือนกันนะคะ การเลือกผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนอกจากจะลดความเสี่ยงที่เกิดจากการผ่าตัดแล้ว ยังทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีด้วยค่ะ

Read More

หน้าเรียว คางสวย

โปรโมชั่นเสริมคาง 18,900 บาท !!!

โปรโมชั่นเสริมคาง เพียง 18,900 บาท !!!


ปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพของหลาย ๆ ท่าน ปัจจุบันการเสริมคางที่ได้รับความนิยมมีทั้งการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) แต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ปัญหาส่วนใหญ่ของการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) นั้นมักจะสลายไม่หมด ติดเป็นพังผืดที่เนื้อเยื่อของร่างกาย ในบางรายทำให้คางบุ๋ม การผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนนั้นไม่ได้อันตรายและเจ็บอย่างที่หลาย ๆ ท่านรู้สึก ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยทำให้การผ่าตัดเสริมคางในปัจจุบันนั้นแผลเล็ก หายเร็ว ไม่ได้บวมมากหรือช้ำอย่างที่หลาย ๆ ท่านกังวล อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

พิเศษ เริ่มต้น 18,900 บาท

สามารถจองโปรโมชั่นและผ่าตัดได้ สนใจติดต่อทางคลินิกได้เลยค่ะ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

LINE : hers-clinic , @hersclinic

IG : hersclinic  FB : hersclinic

099-1890189 , 02-6938118

Read More