All Posts in Category: บทความ

ปรับรูปหน้าที่ HERS clinic

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี ?

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี ?

ปรับรูปหน้าที่ HERS clinic

ปรับรูปหน้าที่ HERS clinic

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม แม้จะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อยหากไม่ได้รับการผ่าตัดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญและชำนาญเฉพาะด้านจริง ๆ

เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

การผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดีกว่ายังไง ?

  • เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังผ่าตัด
  • ความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น ความเสี่ยงในเรื่องเส้นประสาท การบวมช้ำ หรือการติดเชื้อ จะลดลงเหลือน้อยมาก เมื่อผ่าตัดกับแพทย์เฉพาะทาง
  • หลังผ่าตัดจะบวมน้อยมาก เจ็บน้อย ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คลินิกสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

คลินิกสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

คลินิกสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

การผ่าตัดที่ดี ปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งคือ ‘สถานที่ในการผ่าตัด’ ห้องผ่าตัดต้องสะอาด ปลอดเชื้อ ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ในการผ่าตัดต้องผ่านการฆ่าเชื้อเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนการติดเชื้อที่แผลให้ได้มากที่สุด

HERS clinic มีห้องผ่าตัดที่ได้มาตฐานตามกระทรวงสาธารณสุข มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัย ปราศจากเชื้อที่ได้มาตรฐาน

HERS clinic คำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้สูงสุด

HERS clinic คำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้สูงสุด

HERS clinic คำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้สูงสุด

การผ่าตัดเพื่อปรับรูปหน้า เสริมบุคลิกภาพ นอกจากจะดูที่ผลลัพธ์เรื่องความสวยงามแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ HERS clinic คำนึงสูงสุดก็คือ ‘ความปลอดภัยของคนไข้’ ต้องมาอันดับแรก ทางคลินิกจะเน้นเรื่องการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตนเองหลังผ่าตัดเป็นอย่างมาก เพื่อให้คนไข้สวยอย่างปลอดภัย ไร้ภาวะแทรกซ้อน

บริการให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.

บริการให้คำปรึกษา 24 ชม.

บริการให้คำปรึกษา 24 ชม.

HERS clinic เรามีเจ้าหน้าที่และทีมงานให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม. ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาก่อนผ่าตัด หรือการดูแลหลังผ่าตัด เพื่อให้ท่านมั่นใจ อุ่นใจ ว่ามีเราดูแลอยู่ตลอด

ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการ

ผลลัพธ์ตรงความต้องการ

ผลลัพธ์ตรงความต้องการ

การประเมินก่อนผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หลังการรักษาที่เห็นผล และตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุด

ทีมแพทย์เน้นการรักษาให้ตรงจุด แก้ไขปัญหาที่คนไข้ต้องการให้ได้ผล ด้วยการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า และประเมินใบหน้าให้คนไข้แต่ละท่านอย่างละเอียด

ชี้ให้เห็นโครงสร้างใบหน้าแต่ละจุด ให้คนไข้ได้เข้าใจปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของตนเอง โดยคนไข้สามารถบอกความต้องการของตนเองได้ สามารถพูดคุย ปรึกษา สอบถามสิ่งที่สงสัยได้ทุกคำถาม

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องปรับรูปหน้าที่ HERS clinic

 

Read More

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี ?

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี ?

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี

โบท็อกซ์ (BOTOX) ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันดี รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ช่วยเพิ่มความสวย ลดริ้วรอย และทำให้หน้าเรียวด้วยการฉีดลดกล้ามเนื้อกราม ปกติแล้วเวลาเราฉีดโบท็อกซ์ พอยาออกฤทธิ์ก็จะรู้สึกหน้าตึงขึ้น ถ้าฉีดกรามมาอาจจะรู้สึกเมื่อยกรามในช่วงแรก ต่อมากล้ามเนื้อกรามก็จะมีขนาดเล็กลง

ดื้อโบท็อกซ์ มีจริงหรือ ?

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี

ดื้อโบท็อกซ์ ทำไงดี

คำตอบคือ “จริงค่ะ” ภาวะดื้อโบท็อกซ์นั้นสังเกตได้จากฉีดโบท็อกซ์มาแล้วจากเดิมที่ริ้วรอยจางลง คราวนี้ไม่จางลงเหมือนที่เคยฉีดมา หรือถ้าฉีดบริเวณกล้ามเนื้อกราม กรามไม่เล็กลงเหมือนที่เคยฉีด

ดื้อโบท็อกซ์ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า โบท็อกซ์ (BOTOX) ก็คือ ยา … ภาวะดื้อโบท็อกซ์ ก็คือ ‘ภาวะดื้อยา’ นั่นเอง

การดื้อยา (Drug Resistance) คือ การลดลงของประสิทธิภาพยา ในการรักษาโรคหรือสภาวะหนึ่ง ๆ

การดื้อโบท็อกซ์ เกิดจาก

  • ได้รับยาในปริมาณมากเกินไป
  • ได้รับยาบ่อยเกินไป
  • ใช้โบท็อกซ์ของปลอม : โบท็อกซ์ปลอม กระบวนการผลิตจะคุณภาพต่ำกว่าโบท็อกซ์ที่ผลิตอย่างได้มาตฐานทำให้ได้ยาที่ไม่บริสุทธิ์ ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายโบท็อกซ์ได้ง่าย เมื่อร่างกายเกิดภูมิต้านทานมากมาทำลายโบท็อกซ์ ทำให้เกิดโบท็อกซ์ดื้อยาในที่สุด

ดื้อโบท็อกซ์ แล้วเป็นปัญหาอย่างไร ?

เมื่อเกิดปัญหาโบท็อกซ์ดื้อยา ฉีดไปไม่ได้ผลอีกแล้ว เนื่องด้วยโบท็อกซ์ทุกยี่ห้อ คือ โบท็อกซ์ชนิด Type A เช่นเดียวกันทั้งหมด

ดื้อแล้ว ก็จะดื้อทุกยี่ห้อ และดื้อตลอดไป

พออยากหน้าเรียว อยากลดกล้ามเนื้อกราม ฉีดไปก็ไม่ได้ผลแล้ว

ดื้อโบท็อกซ์แล้ว ทำอย่างไร ?

นวัตกรรมล่าสุดในการแก้ไขปัญหาดื้อโบท็อกซ์ ฉีดลดกรามแล้วไม่ได้ผล คือ

การลดกรามถาวรด้วยการใช้เลเซอร์ RadioFrequency (RF) 

การลดกล้ามเนื้อกรามถาวรด้วยการใช้เลเซอร์ นั้นเป็นการผ่าตัดเล็ก แผลอยู่ภายในช่องปากคล้ายการผ่าฟันคุด เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับและแพร่หลายเป็นอย่างมากในประเทศเกาหลี และยังได้มีการทำการวิจัยและตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ผลการรักษาด้วยการผ่าตัดลดกล้ามเนื้อกรามถาวรนั้น ในผลดีเทียบเท่าการฉีดโบท็อกซ์ แต่ที่ดีกว่าคือ ทำครั้งเดียวจบ เห็นผลถาวร


อ่านรายละเอียด การลดกรามถาวรด้วยเลเซอร์ RF คลิกที่นี่


ส่วนการลดริ้วรอยนั้น อาจหันมาใช้เลเซอร์ช่วยยกกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังทำให้ริ้วรอยลดลงได้ค่ะ

ทราบอย่างนี้แล้วควรฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่พอดี เวลาที่เหมาะสม และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละท่านด้วยค่ะ

Read More

ลดกรามถาวร !!! มิติใหม่ของการรักษาปัญหากรามใหญ่ หน้าบาน

ลดกรามอย่างถาวร วิธีใหม่ของการลดกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง

ลดกรามถาวร

ลดกรามถาวร

วิธีการรักษาภาวะกล้ามเนื้อกรามใหญ่ (Masster muscle hypertrophy) โดยทั่วไปนั้นรักษาด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากและปลอดภัย แต่อยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ก็ต้องกลับมาฉีดซ้ำ

การรักษาแบบใหม่ของการลดกล้ามเนื้อกรามซึ่งได้ผลดีและถาวร ก็คือ

การใช้คลื่นความถี่วิทยุทำให้กล้ามเนื้อลดขนาดลงอย่างถาวร

ซึ่งผู้พัฒนาเทคนิคคิดค้นโดย Dr.Oppel, Sometec Medical Inc, ประเทศเกาหลี โดยผลการรักษาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจนเห็นได้ชัดใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ โดยยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนใด ๆ

วิธีการนี้เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่ 50-90 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อเกิดการหดตัว และเล็กลงในที่สุด

วิธีการใช้คลื่นความถี่วิทยุเปลี่ยนเป็นความร้อนนี้เริ่มใช้ในการรักษาโรคภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ (OSA) โดย Powell และคณะ ซึ่งผู้ป่วยมักมาด้วยอาการนอนกรน จากการศึกษาพบว่าการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ผลดีและผลข้างเคียงน้อย

ขั้นตอนการรักษา

  1. ทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนน้ำยาบ้านปาก
  2. พ่นยาชาเพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องปากชา
  3. ฉีดยาชาบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง
  4. เปิดแผลในปากข้างละประมาณ 1 เซนติเมตร
  5. ใช้ PROBE ของเครื่อง RadioFrequency จี้เข้าไปในกล้ามเนื้อกรามบริเวณที่ต้องการให้กล้ามเนื้อเล็กลง

จากการศึกษาวิจัยพบว่าวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ผลการรักษาที่ดี

กล้ามเนื้อกรามลดลงอย่างชัดเจนและทำให้หน้าเรียวขึ้น

โดยที่โอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมาก


ที่มา : Journal of Oral Maxillofacial Surgery ปี 2009 แปลและเรียบเรียงโดย นพ.นฤชิต เลาหไทยมงคล

Read More

ศัลยกรรมอย่างไร ไม่ต้องเสี่ยง !!!

ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่ได้รับความนิยมสูงมาก คือ การเสริมจมูก ตาสองชั้นและการปรับรูปหน้า ทำให้การศัลยกรรมในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน ก็เกิดกรณีและปัญหาต่างๆ มากมาย

             ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเกิดคำถามว่า

จะเลือกทำสวยอย่างไรโดยไม่ต้องเสี่ยง และปลอดภัยแน่นอน ?

1. หาข้อมูลของการทำศัลยกรรมที่ต้องการ

ก่อนอื่น ต้องหาความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมที่ต้องการทำให้ได้มากที่สุด เช่น ต้องการเสริมจมูก ก็ควรรู้ก่อนว่าการเสริมจมูกมีกี่แบบ ทำอย่างไรได้บ้าง ความเสี่ยงหรือปัญหาที่พบบ่อยเป็นอย่างไร 

2. เลือกสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข

ปัจจุบันมีมิจฉาขีพ หมอเถื่อน หรือหมอกระเป๋า เปิดคลินิกเถื่อนอยู่มากมาย ซึ่งสถานพยาบาลเหล่านี้อาจไม่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้เข้ารับบริการได้

3. เลือกแพทย์แผนปัจจุบัน ที่มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์

การเลือกแพทย์ที่ทำผ่าตัด ควรดูจากผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจสอบถามจากแพทย์โดยตรง หรือ ถามผู้รู้ต่าง ๆ

4. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการศัลยกรรม

  • ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรค 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มโรคเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น เลือดไหลไม่หยุด และกลุ่มติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด ไซนัส เป็นต้น หากป่วยต้องรักษาโรคให้หายก่อนจึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัด
  • ถามแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดถึงข้อสงสัยก่อนทำการผ่าตัด

         ส่วนข้อข้องใจที่ผู้เข้ารับการศัลยกรรมส่วนใหญ่มักกังวล คือ เรื่องความเจ็บปวด และสุดท้ายก็ขอให้วางยาสลบ เรื่องนี้จากบทสัมภาษณ์ของนายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ไม่ทำให้เจ็บและปวดมาก ดังนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใบหน้าส่วนใหญ่จะไม่วางยาสลบ แม้ว่าจะถูกร้องขอจากผู้ทำศัลยกรรมก็ตาม

          

Read More

7 คำถามสุดฮิต ดูดไขมันเหนียง !!!

7 คำถามสุดฮิต ดูดไขมันลดเหนียงและกรอบหน้า

1. ดูดไขมันเหนียงที่เฮอร์สคลินิกใช้เทคนิคอะไร ?

เฮอร์สคลินิก ใช้วิธีการดูดไขมันด้วยเทคนิคการฉีดสารสลายไขมันและเครื่องมือสุญญากาศ ช่วยลดปัญหาคางสองชั้น ทำให้เห็นกรอบหน้าชัดเจน ศัลยกรรมดูดไขมันใต้คางจึงเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาไขมันสะสมค่อนข้างมา

  • ดูดไขมันเหนียงเทคนิคเฉพาะเฮอร์สคลินิก ใช้เครื่องมือดูดไขมันเข็มเล็กทำให้มีแผลที่เล็กมากเป็นแผลประมาณ 3 มิลลิเมตร
  • การดูดไขมันใช้ยาชาเฉพาะที่
  • การฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักนาน
  • ให้ผลการรักษาที่ดูเป็นธรรมชาติ

2. ดูดไขมันลดเหนียงใต้คางเหมาะกับใคร

  • เหมาะสำหรับคนที่มีคางสองชั้นหรือเหนียง ไขมันสะสมค่อนข้างเยอะ
  • เหมาะสำหรับคนที่อายุยังไม่มาก เนื่องจากผลลัพธ์การกระชับตัวของผิวหนังที่ดีมากกว่าในคนไข้รายที่อายุยังไม่มาก
  • ต้องการให้มีกรอบหน้า (Jawline) ที่ชัดขึ้น ทำให้หน้าเรียวมากขึ้น

3. ศัลยกรรมดูดไขมันเหนียงอยู่ได้นานแค่ไหน

ศัลยกรรมดูดไขมันใต้คางคือวิธีการดูดไขมันที่มีการสะสมอยู่ออกมา หลังทำการดูดไขมันลดเหนียงไปแล้ว ควรควบคุมน้ำหนักและสัดส่วนไม่ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีการสะสมไขมันใหม่เกิดขึ้น

 4. ลักษณะแผลดูดไขมันลดเหนียงบริเวณใต้คาง เป็นอย่างไร ?

  • ศัลยกรรมดูดไขมันเหนียงใต้คาง ใช้เวลาในการดูดไขมันระยะเวลา 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
  • แผล 1 จุด ขนาด 3 มม. โดยประมาณซึ่งแผลจะถูกซ่อนอยู่บริเวณใต้คาง จึงทำให้ไม่เห็นแผลชัด แผลจะค่อยๆจางและหายไปเรื่อยๆ

5. ขั้นตอนการดูดไขมันลดเหนียง ทำอย่างไร

  1. เปิดแผลผ่าตัดเล็กๆ จะซ่อนแผลในตำแหน่งที่เห็นไม่ชัด ในบริเวณใต้คาง
  2. ฉีดสารละลายไขมัน ที่มีส่วนผสมเป็นยาชา รอประมาณ 10 นาที
  3. ดูดไขมันโดยใช้หัวดูดขนาดเล็ก ดูดในตำแหน่งที่ต้องการ
  4. เย็บปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก
  5. ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ

6. การดูแลหลังดูดไขมัน ทำอย่างไร ?

  • นอนยกศรีษะสูงประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อลดอาการบวมหลังผ่าตัด
  • ทานยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบตามที่แพทย์จ่ายให้
  • ผ้ารัดหน้ารัดไว้ 1 วัน หลังทำการดูดไขมัน เพื่อลดอาการบวมได้ดี และรัดหน้าเฉพาะเวลานอน เป็นเวลา 1-3 เดือนเพื่อให้ผิวหนังกระชับตัวได้ดียิ่งขึ้น
  • นัดตัดไหมประมาณ 5-10 วัน
  • หมั่นประคบเย็นใน 2 วันแรก ปละประคบอุ่นตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไป เพื่อลดอาการบวมหรือลดรอยช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ งดทานวิตามินอาหารเสริมและยาสมุนไพร
  • งดออกกำลังกาย 1 สัปดาห์หลังการดูดไขมัน

7. บริเวณที่สามารถดูดไขมันลดเหนียงใต้คางและกรอบหน้าได้

บริเวณไขมันใต้คางหรือคางสองชั้น (เหนียง) การดูดไขมันลดเหนียงช่วยเน้นให้รูปหน้าและกรอบหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังรูป

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

ดูดไขมันเหนียงกรอบหน้า

Read More

ร้อยไหมลดเหนียง

ร้อยไหมกระชับเหนียง

การร้อยไหมลดเหนียงเหมาะกับใคร ???

ร้อยไหมลดเหนียงเหมาะสำหรับท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังบริเวณใต้คาง หรือ บริเวณเหนียงหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง หรือ ต้องการปรับรูปหน้า v shape โดยบริเวณดังกล่าวไม่มีไขมันสะสมมากจนเกินไป สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการร้อยไหม ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

การยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจกว่าวิธีอื่นเหมาะกับท่านที่ไม่ต้องการผ่าตัด  แต่สำหรับท่านที่มีไขมันบริเวณเหนียงสะสมมากแนะนำให้ทำการดูดไขมันเหนียงก่อน เนื่องจากหากมีไขมันสะสมอยู่บริเวณดังกล่าวมาก น้ำหนักของไขมันจะทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวหย่อนคล้อย หากร้อยไหมไป แรงดึงของไหมจะไม่สามารถช่วยผิวกระชับได้มากขึ้นเท่าที่ควร

การร้อยไหม คือ การยกกระชับและฟื้นฟูผิวโดยการร้อยไหมละลาย

เป็นเทคนิคเกาหลีแท้ ซึ่งเป็นไหมละลายที่มีความปลอดภัยสูง นำเข้าจากประเทศเกาหลีบริเวณที่ร้อยไหมจะเกิดการกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหมซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตึงรั้งผิว ผิวจึงเต่งตึง กระชับ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มได้ดีอีกด้วย จึงทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดี การใช้ไหมละลายจึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวพร้อมยกกระชับไปในตัว  หลังการร้อยไหมละลายคนไข้จะรู้สึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีและจะเริ่มเห็นผล ชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือน แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อถึง 6 เดือน

ไหม PDO หรือไหมละลาย เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้าง ไม่มีผลค้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศเกาหลี

ไหมประเภทนี้ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย ร้อยไหมละลาย หรือ ไหม PDO ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง และยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีความปลอดภัยสูง

ข้อดีของไหมละลาย หรือไหม PDO ก็คือการร้อยไหมจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

เมื่อกระตุ้นแล้วก็จะส่งผลให้ผิวกระชับ เต่งตึง และยังช่วยให้ผิวพรรณของเราดูสดใสเปล่งปลั่ง กระจ่างใส เห็นผลได้ใน 14 วัน ส่วนไหมที่เราร้อยเข้าไปนั้นจะละลายไปภายใน 6 เดือน และผลลัพธ์จากการร้อยไหมจะคงอยู่ได้นานถึง 6 – 8 เดือน

Read More

วิธีลดเหนียง

10 วิธีลดเหนียงให้ได้ผล

รวมวิธีลดเหนียง สำหรับคนที่มีเหนียงห้ามพลาด มาบอกเลิกเหนียงกันเถอะ

1. ออกกำลังกาย

ท่าบริหารบริเวณเหนียงและลำคอ

2. ร้อยไหมเก็บเหนียง

เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผิวหนังบริเวณเหนียงไม่กระชับ แต่ไขมันเหนียงไม่เยอะ

3. ดูดไขมันเหนียง

มีไขมันเหนียงใต้คางสะสมเยอะ

สนใจติดต่อสอบถามโปรโมชั่น 099-1890189

Read More

10 คำถามสุดฮิต ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม !

เทรนด์กระแสหน้าเรียวมาแรง

10 คำถามสุดฮิต ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

1. หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ใบหน้าจะย้อย หรือ เหี่ยวไหม ?

ผ่าตัดกระพุ้งแก้มแก้แก้มห้อย

ตัดกระพุ้งแก้มแก้ปัญหาแก้มห้อย

ใบหน้าจะตึงและกระชับมากขึ้น เนื่องจากสาเหตุสำคัญของแก้มห้อยย้อยนั้นเกิดจากการที่ไขมันแก้มปริมาณมาก ทำให้แก้มห้อยย้อยลงด้านล่าง …. การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มจะทำให้แก้มตึงกระชับมากขึ้นนั่นเอง

2. หลังตัดไขมันกระพุ้งแก้มแล้ว สามารถทานอาหารได้ไหม ?

หลังผ่าตัดสามารถทานอาหารได้ตามปกติ กินได้ทุกอย่าง สามารถทานข้าวสวยได้ ไม่จำเป็นต้องทานอาหารอ่อน งดรับประทานอาหารรสจัด เผ็ด อาหารที่แข็งเหนียว อาหารร้อนๆ และอาหารหมักดอง 1 สัปดาห์

3. ตัดไขมันกระพุ้งแก้มให้ผลถาวรไหม ?

ผลลัพท์ของการผ่าตัดเลาะกระพุ้งแก้มถาวรไขมันกระพุ้งแก้มสามารถค่อยๆกลับมาสะสมได้ในกรณีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังการผ่าตัดมากกว่า 10 กิโลกรัม

4. หลังตัดกระพุ้งแก้ม สามารถขึ้นเครื่องบินได้ไหม ?

หลังผ่าตัดสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ทันที ไม่มีอันตรายต่อแผล ไม่ทำให้แผลฉีกขาด

5. หลังตัดกระพุ้งแก้ม สามารถแปรงฟันได้ไหม ?

หลังผ่าตัดสามารถแปรงฟันได้ตามปกติ

6. หลังตัดกระพุ้งแก้มสามารถทำฟันได้ไหม ?

สามารถทำฟันได้ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ รวมถึงคนไข้ที่จัดฟัน สามารถนัดทันตแพทย์ไได้หลังผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 2 สัปดาห์

7. ตัดไขมันกระพุ้งแก้มแล้วลักยิ้มจะหายไปไหม ?

ลักยิ้มจะไม่หายไป เนื่องจากเป็นการผ่าตัดคนละตำแหน่งของลักยิ้ม … แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดลักยิ้มอาจจะดูจางลงเนื่องจากอาการบวมหลังผ่าตัดได้

8. จัดฟันอยู่สามารถตัดไขมันกระพุ้งแก้มได้ไหม ?

จัดฟันอยู่สามารถตัดไขมันแก้มได้ เพียงแต่หลังผ่าตัดต้องรักษาความสะอาดในช่องปากให้ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

9. ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม เจ็บไหม ?

การผ่าตัดลดแก้มเป็นการผ่าตัดเล็กคล้ายกับการผ่าตัดฟันคุด โดยมีแผลขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดฟันคุด คนไข้ส่วนมากเจ็บน้อย ความเจ็บปวดคล้ายกับการผ่าตัดฟันคุดหรือเจ็บน้อยกว่า

10. ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ที่ไหนดี ?

เป็นคำถามสุดฮิตที่ถามกันเข้ามามากเลยค่ะ สำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มแนะนำเลือกคลินิกที่ผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แม้จะดูว่าเป็นการผ่าตัดเล็กแต่ก็มีความเสี่ยงเหมือนกันนะคะ การเลือกผ่าตัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนอกจากจะลดความเสี่ยงที่เกิดจากการผ่าตัดแล้ว ยังทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีด้วยค่ะ

Read More